รีวิวหนังสือ : Think Like Zuck – คิดแบบอัจฉริยะ มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก

spd 20131014173422 b รีวิวหนังสือ : Think Like Zuck – คิดแบบอัจฉริยะ มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก

Think Like Zuck – คิดแบบอัจฉริยะ มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก

ผู้เขียน : Ekaterina Walter

ผู้แปล : ดร.พิมพ์ใจ สุรินทรเสรี

Think Like Zuck เป็นหนังสือเป็นหนังสือเกี่ยวกับมาร์ก ซักเกอร์เบิร์กที่ได้รับการยกย่องจากนิตรยสาร Future ว่าเป็น 1 ใน 50 หนังสือธุรกิจที่ยอดเยี่ยมที่สุด โดยฉบับภาษาไทยแปลโดย สำนักพิมพ์เนชั่นบุ๊คส์ และในงานหนังสือ(ตุลาคม ปี56)ก็ได้รับความสนใจจากผู้อ่านจนกลายเป็นหนังสือขายดีของบูธไปเลย ตามภาพ!!

1379602 680061015345417 674605602 n รีวิวหนังสือ : Think Like Zuck – คิดแบบอัจฉริยะ มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก

ขอบคุณภาพจาก สำนักพิมพ์เนชั่นบุ๊คส์

ในหนังสือเล่มนี้ผู้เขียน Ekaterina Walter จะพาไปเราพบกับ หลักการสำคัญ 5 ประการที่สำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จขององค์กร โดยที่ผู้เขียนจะนำเอาบริษัท Facebook มาใช้เป็นตัวอย่างในการอธิบายและนอกจาก Facebook แล้วยังได้ยกเอาบริษัทชั้นนำอื่นๆที่ประสบความสำเร็จตามหลักการนี้เช่น Threadless, CollegeHumor, TOMS, Dyson มาประกอบด้วย

เนื้อหาโดยย่อ

ช่วงแรกๆของหนังสือจะเกริ่นถึงประโยชน์ของ Facebook ว่าได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีที่ผู้คนในยุคนี้ติดต่อกันให้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น เป็นสิ่งที่เชื่อมโลกเข้าหากัน มีการใช้ Facebook เพื่อประโยชน์ในหลายๆด้านตั้งแต่ติดต่อกับเพื่อนๆที่ไม่ได้เจอกันมานาน โปรโมทแบรนด์สินค้า แสดงออกถึงความเห็นทางการเมือง เคลื่อนไหวการชุมนุมต่างๆ และอื่นๆอีกมากมาย

หลังจากนั้นผู้เขียนก็จะพูดถึง มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก กันแบบย่อๆว่าเป็นคนที่มีความสามารถและมีความคิดที่ยึดมั่นกับอุดมการณ์มากๆ ช่วงแรกๆของหนังสือ ตรงนี้ก็อ่านกันสบายๆครับ ยังไม่ใช่จุดเน้นของหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนแค่มาเกริ่นนำบริบทต่างๆของ Facebook ก่อนเข้าเรื่องเฉยๆ

mzl.efoairdo รีวิวหนังสือ : Think Like Zuck – คิดแบบอัจฉริยะ มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก

ช่วงต่อมาคือใจความสำคัญของหนังสือเล่มนี้นั่นก็คือ หลักการสำคัญ 5 ประการที่สำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จขององค์กร โดยได้ใช้ Facebook และบริษัทอื่นๆมาเป็นตัวอย่างในการอธิบาย ซึ่ง 5 ข้อนี้คือใจความหลักจริงๆของหนังสือ โดยที่ 1 ข้อใช้เนื้อที่ 1 บทในการอธิบาย

1.ความหลงใหล : ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จส่วนมากจะมีผู้นำที่มีความหลงใหลในสิ่งที่บริษัทนั้นกำลังทำอยู่ ความหลงใหลจะนำมาซึ่งพลังสำหรับทำสิ่งต่างๆ และความหลงใหลยังช่วยจุดประกาย สร้างแรงจูงใจ และช่วยให้เราพากเพียรเพื่อผ่านพ้นความท้าทายมากมาย ดังเช่นที่มาร์ก ซักเกอร์เบิร์กมีความหลงไหลที่จะเชื่อมต่อโลกใบนี้เข้าหากัน แม้ว่าจะถูกเสนอเพื่อขอเข้าซื้อ Facebook ด้วยเงินจำนวนมหาศาลเขาก็ไม่ขาย

2.วัตถุประสงค์ : วัตถุประสงค์ของธุรกิจเป็นเหตุผลพื้นฐานในการดำรงอยู่ของธุรกิจนั้น ผู้นำที่เก่งจะสามารถจูงใจให้ลูกทีมซึมซับวัตถุประสงค์ขององค์กร ซึ่งที่ Facebook นั้น มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก มีวัตถุประสงค์ที่อยากจะสร้างบริษัทที่ช่วยทำให้โลกนี้เปิดกว้างและเชื่อมต่อกันมากขึ้น

Mark Zuckerberg 1276048 รีวิวหนังสือ : Think Like Zuck – คิดแบบอัจฉริยะ มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก

        วัตถุประสงค์เป็นเป้าหมายระยะยาว แน่นอนว่าทิศทางของบริษัทอาจจะเปลี่ยนไปบ้างเมื่อบริษัทเติบโต แต่บริษัทที่ดีจะไม่ลืมเป้าหมายระยะยาวและยึดมั่นโดยไม่เปลี่ยนแปลง ผู้เขียนยกตัวอย่างว่าในขณะที่ Facebook นั้นเติบโตอย่างต่อเนื่องมีเงินทุนสนับสนุนมากมาย และอยากให้บริษัททำเงินอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก ก็ยังคงยึดมั่นกับวัตถุประสงค์เดิมเสมอ

3.คน : นอกจากการจ้างพนักงานที่มีความสามารถแล้ว ความรู้สึกมีส่วนร่วมกับเป้าหมายของบริษัทก็มีความสำคัญต่อประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานเช่นกัน วัฒนธรรมองค์กรที่ดีของบริษัทจะมีผลโดยตรงต่อความสำเร็จ

ที่ Facebook มีวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นเอกลักษณ์อย่างมากเรียกว่า วิถีของแฮกเกอร์ ซึ่งเป็นการทำงานที่จะคอยปรับปรุงและทำซ้ำอย่างต่อเนื่อง เพราะคนที่ Facebook เชื่อว่าไม่มีอะไรที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว ทุกอย่างสามารถที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้เสมอ อีกอย่างหนึ่งที่ Facebook เน้นมากๆในการทำงานก็คือความรวดเร็ว และมีคำพูดว่า “เคลื่อนตัวให้เร็วและทำข้าวของพัง” เพราะถ้าไม่ได้ทำอะไรพังไปบ้างแสดงว่ายังเคลื่อนไหวไม่เร็วพอ

4.ผลิตภัณฑ์ : ความหลงใหลและวัตถุประสงค์ เป็นพื้นฐานของการพัฒนาและออกแบบ Facebook ในช่วงเริ่มต้นนั้นหน้าตาของ Facebook แตกต่างออกไปจากทุกวันนี้มากๆ และการเพิ่ม Features ต่างๆจะเน้นไปที่การสร้างผลกระทบที่ยอดเยี่ยมเท่านั้นเช่น Page, Wall, News feed, Picture ไม่ใช่แค่สวยอย่างเดียว

5.ความเป็นหุ้นส่วน : การเลือกคนมาเป็นหุ้นส่วนมีความสำคัญมากๆ เพราะเราคนเดียวไม่สามารถทำได้ทุกอย่าง การได้คนที่รู้อะไรบางอย่างที่แตกต่างออกไปจากเราจึงมีความสำคัญมากๆ เป็นการช่วยเสริมในสิ่งที่อีกคนไม่รู้ มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก และ เชอริล แซนด์เบิร์ก ทำงานผสานกันได้เป็นอย่างดี คนหนึ่งมีความรู้ทางวิศวกรรมอีกคนมีความรู้ด้านบริหาร

602278 474683052647491 1359237796 n รีวิวหนังสือ : Think Like Zuck – คิดแบบอัจฉริยะ มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก

ความเห็นส่วนตัว

เป็นหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความสำเร็จขององค์กรที่น่าสนใจและมีประโยชน์มาก แม้ว่าบางช่วงจะอ่านแล้วง่วงนอนเพราะน่าเบื่อไปบ้าง(เนื่องจากเนื้อหาส่วนใหญ่มันจับต้องได้ยาก) แต่เนื้อหาภายในหนังสือเล่มนี้ผู้เขียนก็ได้แสดงออกถึงความสำคัญของหัวข้อต่างๆที่กล่าวมาได้เป็นอย่างดี

เป็นหนังสือที่ดีสมกับการโปรโมตจริงๆครับ การได้อ่านเรื่องราวของบริษัทต่างๆที่ประสบความสำเร็จนั้น ช่วยเพิ่มแรงบันดาลใจได้เป็นอย่างดี หนังสือเล่มนี้จึงเหมาะกับคนที่ทำงานเกี่ยวกับการบริหารองค์กร หรือใครที่อยากหาหนังสือแนวบริหารมาอ่านเล่นๆครับ

 

Comments

comments