ใครเอาเนยแข็งของฉันไป

+1
0
  

spd_2012010613156_b

ผู้เขียน : Spencer Johnson, M.D.

ผู้แปล : ประภากร บรรพบุตร

        มีใครกลัวความเปลี่ยนแปลงบ้าง เชื่อว่าหลายๆคนก็คงไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงเหมือนกัน ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น แน่นอนละว่าใครจะอยากเปลี่ยนแปลงไปจากสิ่งที่ตัวเองทำทุกวัน สิ่งที่พบเจอทุกวัน หรือสิ่งที่เราเคยชินอยู่ทุกๆวัน การเปลี่ยนแปลงจึงเป็นอะไรที่น่ากลัว ไม่ชิน ไม่ชอบ และอยากที่จะต่อต้าน

        แต่ถ้าการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นไปเพื่อสิ่งที่ดีกว่าแล้วล่ะ คุณจะยอมเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่ารึเปล่า ใครเอาเนยแข็งของฉันไป เป็นหนังสือที่จะมาแสดงให้เราเห็นว่า การไม่รู้จักเปลี่ยนแปลงนั่นแหละคือสิ่งที่เราควรหลีกเลี่ยง

Who moved my Cheese

        ด้วยยอดขายมากกว่า 10 ล้านเล่มและแปลไปแล้วมากกว่า 40 ภาษาทั่วโลกการันตีคุณภาพได้อย่างดี แม้ว่าจะเป็นหนังสือที่เก่าไปแล้วแต่ก็คุ้มค่ามากๆที่จะนำมารีวิวใหม่กันอีกซักครั้ง เพราะเป็นหนังสือที่ดีมากที่สอนให้รู้จักการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง เผื่อว่าใครยังไม่เคยอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วได้อ่านรีวิวนี้แล้ว จะได้ออกตามหาซื้อหนังสือเล่มนี้ เพราะผมก็ยังคงเห็นหนังสือเล่มนี้วางขายอยู่ตามร้านหนังสือแม้ว่าจะออกมานานแล้วก็ตามครับ

        หนังสือเล่มนี้จะกล่าวถึงการจัดการกับความเปลี่ยนแปลงโดยเล่าผ่านนิทานสั้นๆ ของตัวละคร 4 ตัวที่ถูกแทนด้วยด้านต่างๆของตัวเรา เพื่อความสนุกของคนที่ยังไม่เคยอ่านแล้วคิดที่จะซื้อมาอ่าน ถ้าไม่อยากอ่านสปอยล์ให้ข้ามไปอ่านด้านล่างเลยนะครับ ผมจะใส่เนื้อเรื่องไว้ในกรอบนี้ละครับ

cheese-characters

       สปอยล์จ้าาาาา!!!!

        ตัวละครทั้ง 4 ตัวก็ประกอบไปด้วย หนูสองตัวและมนุษย์ตัวจิ๋วอีกสองคน ทั้ง 4 ออกตามหาเนยแข็งที่เปรียบเสมือนกับความสุขและเป้าหมายต่างๆในชีวิต

        มีอยู่วันหนึ่งเมื่อทั้ง 4 ได้พบกับเนยแข็งชิ้นใหญ่มากๆ ทุกคนมีความสุขมากๆ มนุษย์จิ๋วทั้งสองคนตัดสินใจที่จะย้ายบ้านมาอยู่ใกล้กับเนยแข็งชิ้นนั้นเพราะพวกเค้าเชื่อว่าเนยแข็งนี้จะเพียงพอที่จะกินได้ตลอดชีวิต ขณะที่หนูทั้งสองตัวไม่ได้ทำแบบนั้น

        หนูทั้งสองตัวไม่ได้ย้ายบ้านมาอยู่ที่ใกล้ๆเนยแข็งชิ้นนั้น แต่เลือกที่จะเดินทางไปกลับทุกวันระหว่างบ้านกับเนยแข็งแทน ทำให้มนุษย์จิ๋วทั้งสองตัวนินทาหนูที่ไม่ยอมย้ายบ้านมาอยู่ใกล้แหล่งอาหาร มนุยษ์จิ๋วทั้ง 2 รู้สึกพอใจกับสิ่งที่ตัวเองทำอย่างมากๆและคิดว่าจะมีเนยแข็งกินไปตลอดชีวิต จนมนุษย์จิ๋วทั้งสองตัวรู้สึกย่ามใจขึ้นมา

        แต่แล้ววันหนึ่งเนยแข็งชิ้นนั้นก็หายไป มันเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ทั้ง 4 ไม่ทันได้ตั้งตัว เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นหนูทั้งสองตัวนั้นสามารถที่จะปรับตัวได้ไวกว่ามนุษย์จิ๋ว เพราะหนูทั้งสองตัวที่ไม่ได้สร้างบ้านใกล้เนยแข็งนั้น และได้เดินทางออกตามหาเนยแข็งชิ้นใหม่ได้อย่างรวดเร็ว เพราะหนูทั้งสองตัวคิดเอาไว้แต่แรกแล้วว่าสักวันหนึ่งความเปลี่ยนแปลงก็ต้องเกิดขึ้นกับเนยแข็ง พวกมันเลยไม่ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นและออกตามหาแหล่งอาหารแห่งใหม่ต่อไป

        ในขณะที่มนุษย์จิ๋วทั้งสองไม่สามารถทำใจรับกับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ ทำได้เพียงแต่เสียอกเสียใจและเฝ้าถามว่า “ใครเอาเนยแข็งของฉันไป” และเลือกที่จะไม่ยอมเปลี่ยนแปลงอะไร เฝ้ารอว่าสักวันเนยแข็งจะกลับมา รอวันแล้ววันเล่าไม่ออกตามหาแหล่งอาหารใหม่ๆ กว่าจะรู้สึกตัวว่าสิ่งต่างๆมันเปลี่ยนแปลงไปแล้วก็เสียเวลามากมายพอสมควร

        ข้อคิดของหนังสือก็คืออย่าประมาท อย่าชะล่าใจ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้เสมอ แม้สิ่งที่เป็นอยู่ทุกวันนี้จะยอดเยี่ยมและดูถาวรมากแค่ไหน แต่สักวันมันก็จะเปลี่ยนแปลงไปหรือหายไป เพราะไม่มีอะไรที่จะคงอยู่ตลอดไป และเมื่อการเปลี่ยนแปลงนั้นมาถึง คนที่ประสบความสำเร็จจะรู้ว่าควรปรับตัวอย่างไร ก้าวให้ทันและอย่าอยู่กับที่

who-moved-my-cheese

ความเห็นส่วนตัว

        หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเล่มเล็กๆที่ได้อะไรมากกว่าที่คิด สิ่งที่ได้จากหนังสือเล่มนี้เป็นอะไรที่เหมือนกับว่าทุกคนรู้กันอยู่แล้ว เหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดาแต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย คือไม่ใช่ว่าเราไม่รู้ แต่เรามองข้ามไปมากกว่า

        หลายๆคนที่ยังกลัวความเปลี่ยนแปลง ไม่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง ลองอ่านหนังสือเล่มนี้ดูสิครับ เผื่อว่าคุณอาจจะออกตามหาเนยแข็งชิ้นใหม่เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงจากเนยแข็งที่คุณมี หนังสือเล่มนี้เป็นหนึ่งในหนังสือที่ผมชอบมาก

 

  • spd_2012010613156_b
  • Who moved my Cheese
  • cheese-characters
  • who-moved-my-cheese