รีวิวหนังสือ : รหัสลัดอัจฉริยะ – The Talent Code

photo 1 รีวิวหนังสือ : รหัสลัดอัจฉริยะ – The Talent Code

รหัสลัดอัจฉริยะ – The Talent Code

ผู้เขียน : Daniel Coyle

ผู้แปล : พรเลิศ อิฐฐ์, วิโรจน์ ภัทรทีปกร

        นักประสาทวิทยากำลังให้ความสำคัญกับ “ไมอีลิน” ซึ่งเป็นฉนวนในระบบประสาท พวกเขาเชื่อว่าเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาทักษะของสิ่งมีชีวิต เนื่องจากทักษะทุกอย่างที่มนุษย์เรามีนั้นล้วนเกิดจากการที่เครือข่ายใยประสาทส่งสัญญาณไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย ซึ่งไมอีลินที่เป็นฉนวนจะเป็นตัวห่อหุ้มใยประสาทเหล่านั้นทำให้เวลาที่สัญญาณประสาทที่ถูกส่งผ่านใยประสาทเหล่านั้นสัญญาณจะแรงขึ้นและเดินทางได้เร็วขึ้น

i10 75 myelin รีวิวหนังสือ : รหัสลัดอัจฉริยะ – The Talent Code

        ผู้เขียนจึงนำเอาแนวคิดของประสาทวิทยามาศึกษาควบคู่ไปกับการติดตามการพัฒนาทักษะของสุดยอดบุคคลต่างๆทั่วโลกเพื่อหาความเกี่ยวข้องกัน ผู้เขียนได้เดินทางไปเยี่ยมชมแหล่งบ่มเพาะหัวกะทิด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นสโมสรนักเทนนิสที่รัสเซียซึ่งสามารถปั้นนักเทนนิสขึ้นมาติด 20 อันดับแรกของโลกได้, โรงเรียนสอนร้องเพลงที่สามารถสร้างนักร้องชื่อดังได้อย่างไม่ขาดสาย, แหล่งสร้างนักฟุตบอลอันเลื่องชื่อของประเทศบราซิลและแหล่งบ่มเพาะหัวกะทิอีกหลายๆแห่งที่ผู้เขียนได้เดินทางไปเยี่ยมชมและเก็บข้อมูลกลับมา

daniel coyle the talent code รีวิวหนังสือ : รหัสลัดอัจฉริยะ – The Talent Code

        หนังสือแบ่งออกเป็น 3 ส่วนซึ่งทั้ง 3 ส่วนก็คือ 3 องค์ประกอบพื้นฐานสามอย่างของความเก่งกาจ และการรวมกันขององค์ประกอบทั้ง 3 นั่นเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยในการพัฒนาทักษะอันยอดเยี่ยมขึ้นมา

        องค์ประกอบแรกคือการฝึกฝนอย่างล้ำลึก การฝึกฝนจะสร้างไมอีลินขึ้นมาและไมอีลินจะทำให้เราเกิดทักษะ ไมอีลินถูกสร้างขึ้นมาจากการฝึกฝนซ้ำๆอย่างเข้มข้นและฝึกฝนอย่างล้ำลึก บางคนไม่ได้ซ้อมนานหรือไม่ได้ซ้อมมากมายเท่าคนอื่นๆแต่สุดท้ายกลับประสบความสำเร็จมากกว่า เพราะว่าคนเหล่านนี้ซ้อมได้ล้ำลึกกว่าจึงสร้างทักษะได้ดีกว่า

photo รีวิวหนังสือ : รหัสลัดอัจฉริยะ – The Talent Code

        องค์ประกอบที่สองคือการจุดประกาย การฝึกฝนอย่างล้ำลึกนั้นต้องอาศัยการทำงานอย่างหนัก ความทุ่มเท และความหลงใหลซึ่งการที่คนเราจะยอมทำอย่างนั้นหรือทำโดยมีความมุ่งมั่นที่จะทำอย่างไม่ย่อท้อ ต้องอาศัยบางสิ่งที่จะช่วยมาจุดประกายให้เรามีแรงที่จะทุ่มเท

         องค์ประกอบที่สามคือการฝึกสอนระดับปรมาจารย์ ผู้เขียนได้เดินทางไปพบกับผู้ฝึกสอนตามแหล่งบ่มเพาะหัวกะทิเพื่อวิเคราะห์ว่าทำไมสุดยอดครูเหล่านั้นจึงสร้างนักเรียนให้มีทักษะยอดเยี่ยมขึ้นมาได้ และสุดยอดครูเหล่านั้นมีบุคลิกและนิสัยรวมถึงวิธีการในการสอนนักเรียนของพวกเขาอย่างไรบ้าง

ความเห็นส่วนตัว

                หนังสือแนวๆนี้เป็นอะไรที่ผมชอบอ่านและสนใจมากๆ เพราะนอกจากจะสนุกและน่าสนใจตัวของมันเองแล้วยังให้ความรู้ที่จะสามารถนำไปใช้พัฒนาตัวเราเองให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น แต่จุดที่น่าสนใจคือหนังสือแนวนี้มีคนเขียนออกมาเยอะมากๆ ซึ่งหลายๆเล่มกลับมีเนื้อหาใจความที่ใกล้เคียงกันจนเหมือนว่าลอกกันมา ทำให้คุณค่าของหนังสือแนวนี้จะวัดกันที่เนื้อหาอย่างเดียวไม่พอแล้ว อีกปัจจัยหนึ่งที่ใช้วัดก็คือความสดใหม่ไม่ซ้ำใครและหนังสือเล่มนี้ที่ผมกำลังจะรีวิว ก็สามารถที่จะตอบโจทย์ข้อนี้ได้

image รีวิวหนังสือ : รหัสลัดอัจฉริยะ – The Talent Code

        ผู้เขียนเดินทางไปเยี่ยมชมแหล่งบ่มเพาะหัวกระทิรอบๆโลกด้วยตัวเอง เนื้อหาที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้นอกจากจะกลั่นกรองออกมาจากการสัมภาษณ์ผู้มีประสบการณ์และผู้มีความรู้ตามแหล่งบ่มเพาะหัวกะทิทั้งต่างๆที่ผู้เขียนได้ไปเยี่ยมชมมาแล้ว ยังผสมเข้ากับองค์ความรู้ส่วนตัวของผู้เขียนที่เกี่ยวกับประสาทวิทยาเข้ามาด้วย ทำให้เนื้อหามันมีความน่าสนใจ ไม่มั่วซั่วและไม่ซ้ำใคร

        หนังสือเล่มนี้นอกจากจะได้รับความรู้แล้ว สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมเข้าใจเลยว่าทำไมที่ต่างประเทศถึงชอบหนังสือเล่มนี้รวมถึงผู้เขียนคนนี้ ก็เพราะผู้เขียนเป็นคนที่หยิบเอาเรื่องราวต่างๆขึ้นมาเล่าและสามารถที่จะทำให้เห็นภาพได้เป็นอย่างดี สามารถใช้ตัวหนังสือในการอธิบายได้ดีมากๆ

        สรุปกันสั้นๆครับว่าถ้าใครเป็นแฟนหนังสือแนวพัฒนาตนเองไม่ควรพลาดหนังสือเล่มนี้ครับ อาจจะไม่เหมือนหนังสือ ฮาว-ทู อื่นๆที่มักจะพูดถึงว่าคุณควรทำอย่างไร แต่หนังสือเล่มนี้จะเน้นไปที่พวกหัวกระทิว่าเขาทำกันอย่างไรซะมากกว่าแล้วนำมาประยุกต์ใช้

 

 

Comments

comments